“เทพรัตน์ไพลิน 63” อัญชันพันธุ์ใหม่สุดปัง ดอกใหญ่ 5 กลีบแน่น สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระ ตลาดเกาหลีอ้าแขนรับ!
ลืมอัญชันพันธุ์เดิมๆ ที่ดอกเล็กบ้างใหญ่บ้างไปได้เลย! เกษตรสัญจร พามารู้จักกับ”เทพรัตน์ไพลิน 63″ ที่กรมวิชาการเกษตรได้เปิดตัว อัญชันพันธุ์ใหม่ ที่มาพร้อมคุณสมบัติ “ดอกซ้อน 5 กลีบใหญ่สม่ำเสมอ-เก็บไว-ให้ผลผลิตพุ่ง” ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพระดับโลก พร้อมดันเกษตรกรไทยโกอินเตอร์ส่งออกเกาหลี! ทำไม “อัญชัน” ถึงเป็นที่ต้องการของตลาดโลก? (The ‘Blue Superfood’ Trend) ก่อนจะไปรู้จักพันธุ์ใหม่ ต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมอัญชันถึงเป็นที่ต้องการนัก! ไม่ใช่แค่สีสวยนำมาคั้นน้ำทำขนม แต่ในดอกอัญชันสีน้ำเงินเข้มนั้น อุดมไปด้วยสารสำคัญมหัศจรรย์ที่ชื่อว่า “แอนโทไซยานิน (Anthocyanin)”
.
คุณค่าและประโยชน์สุดว้าวของดอกอัญชัน:
สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระ: ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย (ชะลอวัย)
บำรุงสายตา: ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงดวงตา ลดอาการตาล้า
เสริมสร้างภูมิต้านทาน: ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
บำรุงเส้นผม: กระตุ้นการไหลเวียนเลือดบริเวณหนังศีรษะ ช่วยให้ผมดกดำเงางาม
เป็นสีผสมอาหารธรรมชาติ: ปลอดภัยและเป็นที่ต้องการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มทั่วโลก
.
แก้ปัญหา “อัญชันพันธุ์เดิม” ที่ทำให้เกษตรกรปวดหัว
เกษตรกรที่ปลูกอัญชันทั่วไปมักเจอปัญหา “ความไม่นิ่ง” ของสายพันธุ์ เนื่องจากธรรมชาติของอัญชันมีการผสมข้ามสายพันธุ์โดยแมลงสูงมาก ทำให้ในแปลงเดียวกันมีทั้งดอกชั้นเดียว ดอกซ้อน 3 กลีบบ้าง 5 กลีบบ้างปะปนกันมั่วไปหมด
ผลเสียคือ: น้ำหนักดอกไม่เท่ากัน ผลผลิตรวมไม่คงที่ และที่สำคัญคือ “ปริมาณสารแอนโทไซยานินไม่สม่ำเสมอ” ทำให้ยากต่อการควบคุมคุณภาพเพื่อส่งออก
.
ทางออกใหม่! “เทพรัตน์ไพลิน 63” พระเอกตัวจริงที่รอคอย
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร กรมวิชาการเกษตร เห็นถึงปัญหานี้ จึงใช้เวลากว่า 10 ปี (เริ่มตั้งแต่ปี 2554) ในการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์บริสุทธิ์ จนได้สุดยอดสายพันธุ์ “เทพรัตน์ไพลิน 63” ที่ออกมาแก้ทุกโจทย์ของเกษตรกร!.

4 จุดเด่นสุดปังของ “เทพรัตน์ไพลิน 63” ที่เหนือกว่าพันธุ์ทั่วไป:
ดอกใหญ่สม่ำเสมอ เป๊ะทุกดอก! เป็นลักษณะดอกซ้อน “5 กลีบเวียน” ขนาดใหญ่เหมือนกันทั้งต้น หมดปัญหาดอกเล็กบ้างใหญ่บ้าง ทำให้น้ำหนักต่อดอกดีมาก
สารสำคัญสูงปรี๊ด! มีปริมาณแอนโทไซยานินรวมสูงกว่าพันธุ์ทั่วไป (เฉลี่ยสูงกว่า 1.5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักกลีบดอกสด 100 กรัม) ตอบโจทย์ตลาดอาหารเสริมและเครื่องดื่มสุขภาพสุดๆผลผลิตพุ่งกระฉูด! ให้ผลผลิตดอกสดสูงถึง 2,122 กิโลกรัมต่อไร่ (ซึ่งสูงกว่าพันธุ์ทั่วไปอย่างน้อย 30%)เก็บเงินได้ไวกว่า! สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตครั้งแรกได้ เร็วกว่าพันธุ์ทั่วไปถึง 6 วัน ช่วยลดต้นทุนการดูแลในช่วงแรก และคืนทุนได้ไวขึ้น
โอกาสทอง! สู่ตลาดส่งออกเกาหลี
ปัจจุบัน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตรได้เริ่มกระจายเมล็ดพันธุ์คุณภาพนี้สู่เกษตรกรในหลายจังหวัดแล้ว และข่าวดีคือ มีเกษตรกรหัวก้าวหน้านำ “เทพรัตน์ไพลิน 63” ไปปลูกเชิงการค้า และประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการ ส่งออกดอกอัญชันแห้งไปยังประเทศเกาหลีใต้ เพื่อแปรรูปเป็นชาดอกอัญชันเพื่อสุขภาพ สร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มอย่างมหาศาล

ข้อแนะนำสำคัญสำหรับผู้ปลูก: เพื่อรักษาคุณภาพสุดยอดของพันธุ์ “เทพรัตน์ไพลิน 63” ให้คงที่ตลอดไป ควรปลูกให้มีระยะห่างจากอัญชันพันธุ์อื่นๆ เพื่อป้องกันแมลงมาผสมข้ามสายพันธุ์ ซึ่งจะทำให้เมล็ดพันธุ์รุ่นต่อไปกลายพันธุ์ได้
.
สนใจเปลี่ยนชีวิตด้วย “เทพรัตน์ไพลิน 63” หรือไม่?
เกษตรกรท่านใดที่สนใจเมล็ดพันธุ์คุณภาพ หรือต้องการคำแนะนำการปลูกเพื่อการค้าและการส่งออก อย่ารอช้า!
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร โทรศัพท์: 0-5699-0035 (ในวันและเวลาราชการ)
.
ที่มา
กรมวิชาการเกษตร
